ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 และกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้นำคณะผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร “Workshop on Enhancement of Sustainable Business Environment to Upgrade Investment Competitiveness of Mekong and South Asia
17 กุมภาพันธ์ 2569
ช่วงบ่ายวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 และกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้นำคณะผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร “Workshop on Enhancement of Sustainable Business Environment to Upgrade Investment Competitiveness of Mekong and South Asian Countries” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง BOI, JICA และ TICA เข้าเยี่ยมชม บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ณ นิคมอุตสาหกรรมเวิร์ลลำพูน เพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและการบริหารจัดการองค์กรตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย Mr. Noburu Fukushima กรรมการผู้จัดการบริษัท ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
คณะฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยเฉพาะการผลิตชิปตัวเก็บประจุแบบหลายชั้น (Multi-Layer Ceramic Capacitor: MLCC) อันเป็นองค์ประกอบหลักของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ผลิตภัณฑ์ MLCC ของบริษัทถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร โทรคมนาคม สมาร์ตโฟน อุปกรณ์ IoT และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะต่าง ๆ ด้วยคุณสมบัติเด่นด้านความเสถียร ความทนทาน และขนาดกะทัดรัดที่รองรับการออกแบบอุปกรณ์ยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทฯ ได้นำเสนอรายละเอียดกระบวนการผลิต MLCC ตั้งแต่การขึ้นรูปแผ่นเซรามิกที่มีความบางระดับไมครอน การพิมพ์ลวดลายขั้วไฟฟ้า การซ้อนทับหลายร้อยชั้นอย่างแม่นยำ การเผาที่อุณหภูมิสูงเพื่อให้เกิดโครงสร้างเนื้อเดียวกัน ไปจนถึงการเคลือบผิวและการตรวจสอบคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติขั้นสูง ซึ่งทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้การควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความเชื่อถือได้สูงสุด
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติในสายการผลิต ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการ MLCC จากภาคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะทั่วโลก
ในด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้นำเสนอแนวทางที่ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การบริหารจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนโดยรอบ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตทางอุตสาหกรรมควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม
การศึกษาดูงานครั้งนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระหว่างประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายและกลไกสนับสนุนการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศทางธุรกิจ และผลักดันภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเอเชียใต้สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว













คณะฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยเฉพาะการผลิตชิปตัวเก็บประจุแบบหลายชั้น (Multi-Layer Ceramic Capacitor: MLCC) อันเป็นองค์ประกอบหลักของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ผลิตภัณฑ์ MLCC ของบริษัทถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร โทรคมนาคม สมาร์ตโฟน อุปกรณ์ IoT และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะต่าง ๆ ด้วยคุณสมบัติเด่นด้านความเสถียร ความทนทาน และขนาดกะทัดรัดที่รองรับการออกแบบอุปกรณ์ยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทฯ ได้นำเสนอรายละเอียดกระบวนการผลิต MLCC ตั้งแต่การขึ้นรูปแผ่นเซรามิกที่มีความบางระดับไมครอน การพิมพ์ลวดลายขั้วไฟฟ้า การซ้อนทับหลายร้อยชั้นอย่างแม่นยำ การเผาที่อุณหภูมิสูงเพื่อให้เกิดโครงสร้างเนื้อเดียวกัน ไปจนถึงการเคลือบผิวและการตรวจสอบคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติขั้นสูง ซึ่งทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้การควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความเชื่อถือได้สูงสุด
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติในสายการผลิต ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการ MLCC จากภาคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะทั่วโลก
ในด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้นำเสนอแนวทางที่ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การบริหารจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนโดยรอบ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตทางอุตสาหกรรมควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม
การศึกษาดูงานครั้งนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระหว่างประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายและกลไกสนับสนุนการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศทางธุรกิจ และผลักดันภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเอเชียใต้สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว















